• ไม่มีใครแก่เกิน LINE

    line

    คุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงจะรู้จักและมีแอพพลิเคชั่นที่สุดแสนสะดวกในการติดต่อสื่อสาร มีไอคอนสีเขียว ๆ เด่นสะดุดตาอย่างแอพพลิเคชั่นไลน์ “LINE” กันนะครับ

    ไลน์เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 (แต่เสร็จพร้อมใช้งานจริงในเดือนมิถุนายน 2011) โดยบริษัท Naver Japan Corporation และบริษัท livedoor ร่วมทุนกัน เหตุที่ต้องสร้างไลน์ขึ้นมานั้น เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยมาก และในบางครั้งที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว สัญญาณโทรศัพท์ก็ล้มเหลว ชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ทาง NHN Japan จึงได้ตัดสินใจออกแบบแอพพลิเคชั่นที่สามารถส่งข้อความโต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและในคอมพิวเตอร์

    นอกจากความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารโต้ตอบของผู้ใช้แล้ว ผู้ใช้ของไลน์ยังสามารถส่งภาพแทนความรู้สึกหรือแทนคำพูดน่ารัก ๆ เป็นแบบสติกเกอร์ ได้ส่งหากันแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (และมีแบบซื้อเพิ่มสำหรับคนที่อยากได้สติกเกอร์น่ารัก ๆ เพิ่มเติมจากสติกเกอร์พื้นฐานที่ไลน์มีให้) ทำให้ปัจจุบัน ไลน์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก

    ล่าสุดก็มีข่าวว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2013 ที่ผ่านมา ไลน์มีผู้ใช้งานทั่วโลกที่ลงทะเบียนครบ 200 ล้านรายแล้ว (ภายในระยะเวลา 2 ปีนิด ๆ ที่เปิดให้ใช้งาน) และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ต่อไปอีก

    โดยส่วนตัวตั้งแต่มีแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา ผมก็ประหยัดค่าโทรศัพท์กับเพื่อน ๆ และที่ทำงานลงไปเยอะมาก ใช้ไลน์ในการติดต่อสื่อแทนการโทรศัพท์คุยงาน แทบจะพูดได้เลยว่าทุกวันนี้ผมเสียเงินค่าโทรศัพท์แค่กับคุณพ่อและคุณแม่ที่บ้านเท่านั้น แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมผมไม่ทดลองมาคุยกับคุณพ่อและคุณแม่ผ่านทางไลน์บ้างล่ะ คุณพ่อและคุณแม่ของผมเป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาทั่วไป มีความรู้แค่ ป.4 เท่านั้น แถมอายุก็ประมาณ 60 ปีนิด ๆ แล้วด้วย ไม่ได้อยู่กับโลกเทคโนโลยีทุกวันอย่างวัยรุ่นสมัยนี้ ภาษาไทยก็ไม่แข็งแรงมากด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร คือ ท่านมีความกล้าครับ ไม่กลัวเทคโนโลยีสมัยใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น

    ผมเลยจัดแจงหา iPad ให้ท่านหนึ่ง เครื่อง เพื่อไว้ใช้สนทนาไลน์กันครับ แรก ๆ พวกท่านก็ยังใช้งานไม่ค่อยเป็นเท่าไรนัก ผมต้องค่อย ๆ สอนวิธีใช้งานให้ท่านครับ เหมือนตอนที่พวกท่านสอนผมอ่านหนังสือตอนเด็ก ๆ การใช้งานก็มีกดถูกบ้าง กดผิดบ้าง บอกพวกท่านไปว่าอย่าไปกลัวเครื่องมันเสียหรือเจ๊ง มันไม่มีผีออกมา มันกัดเราไม่ได้ ถ้ามันเสียก็ซ่อมได้ แล้วในที่สุดก็ได้พบว่า “ไม่มีใครแก่เกิน LINE” ครับ

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็คุยกับคุณพ่อและคุณแม่ทางไลน์ มีการสร้างกลุ่มภายในครอบครัวระหว่างพี่น้องเพื่อคุยกันด้วย ซึ่งคุณแม่ชอบมาก ๆ เพราะท่านบอกว่าส่งข้อความครั้งเดียวอบรมลูก ๆ ได้ทุกคนเลย แถมไม่นานมานี้คุณแม่ของผมมีพัฒนาการในไลน์เพิ่มอีกขั้น ด้วยการที่ท่านสามารถส่งสติกเกอร์ได้ด้วยตนเองแล้วครับ ดูท่านภูมิใจมากและเริ่มส่งมากขึ้นด้วยครับ

    ทุกวันนี้นอกจากจะประหยัดค่าโทรศัพท์ลงไปพอสมควร ก็ยังประหยัดค่าหนังสือพิมพ์อีกด้วย เพราะคุณพ่อและคุณแม่เริ่มอ่านข่าวใน iPad จากแอพพลิเคชั่นที่ผมดาวน์โหลดไว้ให้ มีเปิดเฟซไทม์เห็นหน้ากันบ้างเป็นครั้งคราว และมีเกมที่เล่นไม่ยาก ไว้ให้คุณพ่อและคุณแม่เล่นเวลาว่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย

    และพัฒนาการล่าสุดของคุณแม่ของผม คือ ท่านใช้งานยูทูบเป็นแล้วครับ ด้วยเหตุผลที่ท่านอยากดูคุณชายทั้ง 5 คนแห่งวังจุฑาเทพ ผมเลยต้องสอนวิธีการใช้งาน ยูทูบ ให้ท่านไป ตอนนี้เวลาว่างของคุณแม่ก็จะกดดูละครและภาพยนตร์เรื่อย ๆ

    คุณผู้อ่านหลายคนพออ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ผมอยากชวนให้คุณผู้อ่านที่เป็นคนยุคใหม่ลองนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรืออุปกรณ์ไอทีที่มีอยู่ไปให้ผู้ใหญ่ลองเล่นดูบ้าง รวมไปถึงคุณผู้อ่านที่เป็นผู้สูงวัยที่อ่านบทข่าวนี้อยู่ ผมอยากให้ลองเล่นเทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกนี้ดูบ้างครับ ท่องไว้ในใจเลยครับว่า “อย่าไปกลัวมัน ถ้าเสียก็ซ่อมได้” และขอยินดีต้อนรับทุกท่านล่วงหน้าเข้าสู่โลก 1001 โลกไอทีที่ย่อโลกจริงทั้งใบมาอยู่ในมือครับ.

    วรวิชญวิทย์ ประเสริฐยิ่ง
    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    สมาคมศิษย์เก่าคอมพิวเตอร์
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    fb.com/ubyiii
    @ubyi

    จากคอลัมน์ 1001
    หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
    วันศุกร์ 2 สิงหาคม 2556